ไข่มุกอันดามัน
ภูเก็ตเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวว่าเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน เพจอยู่เมืองไทยก็ไม่เคยลงมาเที่ยวใต้เลยนะ ส่วนมาร์คเคยมาก่อน เมื่อ 15 ปีที่แล้ว นั่งรถผ่านหาดป่าตองเมื่อวาน มาร์คบอกไม่เหมือนเดิมเลย ป่าตองวันนี้เจริญมาก กลายเป็นว่ามาร์คเที่ยวเมืองไทยมากกว่าเพจอีก
14 กุมภา วันวาเลนไทน์ ปีนี้เพจอยู่ภูเก็ต สองเราตื่นแต่เช้ามืด เพจออกมาสำรวจบริเวณนอกชาน เราได้ห้องพักอยู่ติดสระว่ายน้ำพอดี เปิดประตูด้านหลังออกมา เดินลงสระได้เลย ส่วนด้านตรงข้ามอีกฝั่งหนึ่งจะอยู่ติดกับห้องอาหารของรีสอร์ท
บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าเป็นแบบอเมริกัน มีพวกซีเรียล มัฟฟิน ขนมอบ ขนมปัง ไข่ดาว สลัด และผลไม้ เพจเลือกทานข้าวผัด ไส้กรอก เบค่อน มันฝรั่งทอด กับน้ำส้ม สองเราสั่งเอสเปรสโซ่คนละแก้ว พนักงานบอกเอสเปรสโซ่ต้องคิดเงินเพิ่ม มาร์คบอกโอเค สักพัก พนักงานอีกคนยกมาเสิร์ฟ บอกเอสเปรสโซ่ไม่ต้องจ่ายเงินนะคะ คนที่บอกเราเมื่อกี้เค้าไม่ทราบ
เพจชอบที่นี่นะ บอกมาร์คอยากอยู่ต่ออีกคืน ความที่มาร์คไม่อยากย้ายห้อง เราจะพักห้องเดิม ห้องดีลักซ์ ค่าห้องพัก 3,500 บาท ค่าเตียงเสริม 500 บาท เช็คเอาท์วันที่ 18 กุมภาพันธ์
เพจถามพนักงานเรื่องโปรแกรมทัวร์ เธอเลยให้โบรชัวร์แพ็คเกจทัวร์เพจมา มีทัวร์เกาะสิมิลัน ทัวร์เกาะปันหยี แล้วก็ทัวร์เกาะพีพี เพจปรึกษากับมาร์ค ตกลงเราซื้อทัวร์วันเดียวไปเกาะปันหยี จังหวัดพังงา เพจเลือกโปรแกรม 3 in 1 คือมีขี่ช้าง ไปวัดสุวรรณคูหาหรือวัดถ้ำ ทริปเรือหางยาว เที่ยวอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา แล้วแวะทานอาหารกลางวันที่เกาะปันหยี หมู่บ้านมุสลิม จากนั้นไปเกาะเจมส์บอนด์และเขาพิงกัน ค่าใช้จ่ายคนละ 1,300 บาท โดยทางทัวร์จะมารับเราพรุ่งนี้เช้าระหว่างเวลา 7.30-7.45 น.
พรุ่งนี้มีแพลนแล้ว เพจมองหน้ามาร์ค แล้ววันนี้ล่ะ พนักงานบอกอย่างนั้นวันนี้ไปเล่นน้ำที่หาดกะรนสิ สวยนะ เดี๋ยวให้คนขับรถไปส่งที่หาด เราจัดแจงขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า มาร์คถามเพจเอาผ้าเช็ดตัวของรีสอร์ทไปได้ไหม ไม่แน่ใจนะ เดี๋ยวเพจถามให้ พนักงานบอกว่าได้ รีสอร์ทนี้ดีเหมือนกัน ถึงจะไม่อยู่ติดหาดก็มีบริการรถรับส่ง ตอนแรกเพจยังคิดว่าเราต้องไปกันเองเสียอีก
รถของรีสอร์ทมาส่งเราที่หาด 9.00 น. เล่นน้ำสักสองชั่วโมงคงจะพอ เพจเลยนัดให้เค้ามารับกลับ 11.00 น. หาดกะรนเป็นหาดที่มีชื่อเสียงและสวยงามติดอันดับโลก หาดทรายสีทองจริงๆ สมดังคำขวัญของจังหวัดที่ว่า ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม
หาดกะรนค่อนข้างเงียบ คนไม่พลุกพล่านเหมือนหาดป่าตอง เพจสังเกตส่วนมากจะมีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ภูเก็ตจะมีแค่สองฤดู คือฤดูร้อนกับฤดูฝน ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนเมษายน เรามาวันนี้อากาศร้อนได้ใจจริงๆ ชอบ
มาร์คไม่ได้เตรียมซันบล็อคมาอีกละ รู้อยู่ว่าตัวเองทนแดดเมืองไทยไม่ได้ เพจเลยต้องเดินออกมาหาซื้อให้ เดินมาถึงร้านหนึ่งแถววงเวียนกะรน เพจถามหาโลชั่นกันแดด พี่คนขายไม่พูดอะไร ได้แต่มองหน้า แล้วก็ชี้ไปที่ชั้นวางของ สักพักสงสัยทนไม่ไหว เธอบอกพูดไทยเก่งนะ เพจบอกคนไทยค่ะ
เพจเดินกลับมาที่หาด มีคนมาเก็บเงิน ค่าเก้าอี้กับค่าร่มคนละ 100 บาท บริเวณชายหาดมีบริการเรือรับส่งไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ ด้วย มาร์คอยากเล่นเจ็ตสกี เพจเลยเดินไปถามให้ พี่เค้าว่าครึ่งชั่วโมง 1,500 บาท กลับขึ้นฝั่งมา เพจถามชอบไหม มาร์คบอกสนุกเหมือนกันนะแต่ปวดแขนนิดๆ
กลับมาถึงรีสอร์ท ทางภูรินท์ขอให้พวกเราย้ายห้องขึ้นไปชั้นสอง มาร์คออกอาการเซ็งเล็กน้อย ตอนแรกที่เพจบอกอยากพักต่ออีกคืนหนึ่ง เราไม่เลือกห้องสแตนดาร์ด เพราะมาร์คไม่อยากย้ายห้อง พนักงานบอกห้องชั้นสองเป็นห้องดีลักซ์เหมือนห้องนี้แหละ สวยเหมือนกัน ในเมื่อเค้าประกาศจุดยืน พวกเราเลยต้องเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ย้ายครัวขึ้นไปข้างบน ทางรีสอร์ทบอกเราไม่ต้องขนขึ้นไปเองนะ เดี๋ยวจะให้พนักงานเอาขึ้นไปให้
แพ็คกระเป๋าเสร็จ ออกไปเที่ยวข้างนอกกันดีกว่า พนักงานที่รีสอร์ทบอกตอนนี้วัดฉลองมีงาน ตอนแรกเราว่าจะเช่ารถขับไปกันเอง พอมาเห็นทางแล้วเพจเปลี่ยนใจ ลักษณะทางกายภาพเป็นเขาแบบนี้ หากไม่ชำนาญทางเกรงว่าจะแหกโค้งเอาง่ายๆ ตัวเพจเองขับรถที่เมืองไทยไม่ได้แล้ว ไม่กล้า แล้วเพจก็ไม่อยากให้มาร์คขับด้วย
วันนี้ไปไหว้หลวงพ่อแช่มกันก่อนแล้วกัน หน้าปากซอยมีคิวรถสองแถวพอดี พี่คนขับสองแถว ภายหลังทราบชื่อว่าพี่ดำ เธอบอกไปวัดฉลอง 300 บาท จนไปถึงวัดกันแล้ว เพจบอกพี่ อยากไปหลายที่เลยวันนี้ พี่ดำบอกเค้าพาไปได้นะ ครึ่งวัน 1,500 บาท จะว่าไป เพจว่าแพงไปนิดนึง แต่เอาเถอะ พี่เค้าอัธยาศัยดี ลองดู
นัดแนะเวลากันเรียบร้อย พี่ดำบอกตอนมาเค้าลืมบอก เพจใส่กระโปรงสั้นแบบนี้เข้าโบสถ์ไม่ได้หรอก เพจลืมสนิทเลยเนี่ย พี่ดำบอกซื้อผ้าถุงใส่คลุมเข้าไปสิ เพจนิ่งคิด อย่างนั้นเที่ยวนี้เพจไหว้หลวงพ่อข้างนอกแล้วกัน
วัดฉลองหรือวัดไชยธารารามเป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ต เรามาวันนี้เป็นช่วงงานวัดพอดี งานวัดฉลองเป็นงานที่จัดเป็นประจำทุกปีระหว่างช่วงตรุษจีน บรรยากาศก็เหมือนกับตามงานวัดทั่วไป คือจะมีการออกร้านขายสินค้าพื้นเมืองนานาชนิด
ภายในพระมหาธาตุเจดีย์ พระจอมไทยบารมีประกาศ จะมี 3 ชั้น ชั้นล่างจะมีพระพุทธรูปประจำวันเกิดประดิษฐานอยู่ ชั้นสอง ประดิษฐานพระประธานหินอ่อนสีขาว ส่วนชั้นสาม ด้านบนสุด ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า
กุฏิจำลองพ่อท่านสมเด็จเจ้า หลวงพ่อวัดฉลอง เป็นศาลาเรือนไทย ข้างในจะมีหุ่นขี้ผึ้งจำลองของหลวงพ่อแช่ม อดีตเจ้าอาวาสวัดฉลอง ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวภูเก็ต
ส่วนภายในโบสถ์จะมีรูปหล่อหลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง และหลวงพ่ือเกลื้อม มาร์คเข้าไปสักการะหลวงพ่อแช่ม เพื่อเป็นสิริมงคล ส่วนเพจยืนไหว้หลวงพ่ออยู่นอกโบสถ์ ไม่กล้าเข้า กลัวเค้าไล่ออกมา เนื่องจากว่าแต่งตัวไม่เรียบร้อย
กลับกันออกมา พี่ดำถามอยากไปไหนบ้าง เพจก็ร่ายให้เค้าฟัง เธอบอกไปสวนสัตว์ภูเก็ตก่อนแล้วกัน แล้วค่อยออกไปเส้นทางอื่นทีหลัง เพจบอกแล้วแต่พี่จะพาไปแหละ เพจไม่เคยมา
สวนสัตว์ภูเก็ตเป็นของเอกชน เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1997 สวนสัตว์จะเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-17.30 น. ค่าเข้าชมคนละ 500 บาท เราไปกันสามคนรวมเป็นเงิน 1,500 บาท
ในสวนสัตว์จะมีสัตว์นานาชนิด เช่น เสือ กวาง ม้าลาย อูฐ ส่วนสวนนกมีนกแก้ว นกยูง ภายในจะมีอควาเรี่ยม สวนผีเสื้อ และสวนกล้วยไม้ด้วย ทางสวนสัตว์มีบริการถ่ายรูปกับช้าง งู เสือ นก และลิง เพจเห็นหลายคนถ่ายรูปกับเสือ กระทบไหล่ใกล้ชิดเสียขนาดนั้น ตัวเพจเองไม่กล้า ขอยืนดูอยู่ห่างๆ แล้วกัน
นอกจากนี้ สวนสัตว์ยังมีการแสดงช้าง จระเข้ และลิง วันละหลายรอบ เราดูการแสดงลิงอย่างเดียว เพจว่าเค้าน่ารักนะ ฉลาดด้วย แต่เห็นมันถูกบังคับให้ทำโน่นทำนี่ เพจก็อดสงสารไม่ได้ ก่อนกลับช้อปอีก เราแวะเข้าร้านขายของที่ระลึก ได้เทียนรูปดอกไม้มาหนึ่งกล่อง สีหวานเชียว อันเล็กๆ น่ารักดี
จนกลับบ้านมาแล้วนะ เพจเพิ่งรู้ คนต่างชาติเสียค่าเข้าชมแพงกว่าคนไทย ค่าเข้าชมสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 30 บาท คนต่างชาติ ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 300 บาท แอบสงสัย แล้วทำไมเพจต้องจ่าย 500 บาทเท่ามาร์คด้วย ก้อคนไทยนี่นา
พี่ดำพามาพิพิธภัณฑ์หอยกันต่อ พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยภูเก็ตจะอยู่ใกล้หาดราไวย์ อาณาจักรแห่งอัญมณีจากท้องทะเลที่สวยงามตระการตาและสมบูรณ์ที่สุดเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-18.00 น. ค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท เราไปกันสามคน พนักงานบอก 600 บาท เพจบอกเพจคนไทยค่ะ ตกลงเลยเหลือแค่ 500 บาท เจ้าหน้าที่บอกข้างในถ่ายรูปได้นะคะ
ส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์จะอยู่ชั้นล่าง ภายในเป็นห้องปรับอากาศ ช่วยคลายความร้อนลงไปได้บ้าง ตัวเพจเองไม่เท่าไร สงสารก็แต่มาร์ค เดี๋ยวจะหาว่าเพจพามาลำบาก พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยภูเก็ตเป็นสถานที่จัดแสดงเปลือกหอยนานาชนิดจากทั่วโลก ที่มีสีสัน ลวดลาย และรูปทรงอันสวยงามแปลกตา ซึ่งต้องใช้เวลาในการสะสมมายาวนานกว่า 30 ปี เปลือกหอยนับพันๆ ชนิด ไข่มุกสีทอง หอยสังข์เวียนกลับทาง หอยมือเสือยักษ์ หอยสังข์พิธีมงคล และซากฟอสซิลของเปลือกหอยโบราณต่างๆ ที่มีอายุนับร้อยๆ ล้านปี
สินค้าในร้านขายของที่ระลึกจะเป็นผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอย ส่วนมากจะเป็นพวกของตกแต่งบ้าน ของใช้ และเครื่องประดับ อาทิเช่น กรอบรูป กระเป๋า กล่องใส่เครื่องประดับ สร้อยคอ ต่างหู แหวน เป็นต้น
ถึงแล้วแหลมพรหมเทพ เพจเคยเห็นแต่ในรูป วันนี้ได้มาเห็นด้วยตาตัวเองเสียที แหลมพรหมเทพเป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ว่ากันว่า ถ้าใครมาเยือนภูเก็ต แล้วไม่ได้มาชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ ก็ยังพูดได้ไม่เต็มปากว่า มาถึงภูเก็ตแล้ว ที่นี่เป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกได้สวยที่สุดจุดหนึ่งของประเทศไทยเลยทีเดียว เรามาตามเส้นทางถึงที่นี่ช่วงบ่ายเลยไม่ได้รอ อย่างนั้นเพจก็ยังมาไม่ถึงภูเก็ตสิเนี่ย ต้องมาใหม่
ส่วนประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ภายในมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการสร้างประภาคาร การรักษาเวลามาตรฐาน การคำนวณและแสดงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตก เรือหลวงจำลอง พร้อมประวัติเรือแต่ละลำ
บริเวณที่จอดรถด้านล่างจะมีร้านค้าและร้านขายของที่ระลึกตั้งอยู่เรียงราย สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เช่น ไข่มุก เปลือกหอย และผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก
จุดหมายของเราต่อมาคือจุดชมวิว 3 อ่าว พอขึ้นเขามาถึงข้างบน เพจเมารถ มึนหัวจังเลยเนี่ย เส้นทางถนนรอบเกาะขึ้นๆ ลงๆ โค้งๆ ชันๆ คดเคี้ยวอย่างไรบอกไม่ถูก จากหาดในหานไปหาดกะตะน้อยตามเส้นทางถนนรอบเกาะ จุดชมวิว 3 หาดจะอยู่ระหว่างสองหาดนี้ จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเวิ้งอ่าวได้ถึง 3 อ่าว คือ อ่าวกะตะน้อย อ่าวกะตะ และอ่าวกะรน มาร์คทำท่าจะไม่สบาย เนื่องจากว่าอากาศร้อนมาก เพจบอกพี่ดำกลับเหอะ เที่ยวต่อไม่ไหว
กลับมาถึงภูรินท์ ทางรีสอร์ทกำลังเตรียมงานวาเลนไทน์สำหรับคืนนี้ คือจะมีบุฟเฟ่ต์อาหารเย็นและมีวงดนตรีมาเล่นด้วย เพจเกือบลืม วันนี้วันวาเลนไทน์นี่นา เดี๋ยวขอเช็คเรทติ้งก่อน อินเตอร์เน็ทที่รีสอร์ทจะเป็นแบบล็อกอินล็อกเอาท์ คือจะใช้เมื่อไรก็ได้ ส่วนค่าบริการ 60 นาที 60 บาท
สักพัก มาร์คมาชวนออกไปเดินเล่นอีก ขนาดไม่ค่อยสบาย ชีพจรลงเท้า พนักงานที่รีสอร์ทบอกว่าถ้าเลี้ยวขวาแล้วเดินผ่านวัดไปเรื่อยๆ ก็จะถึงหาดกะรน สงสัยคืนนี้วัดสุวรรณคีรีเขตมีงาน มีตลาดขายของด้วย มาร์คได้เสื้อกล้ามมาสองตัว กางเกงขาสั้นอีกหนึ่งตัว พี่ใหม่ คนขายเสื้อบอกเธอมีบริการรถตู้พาเที่ยวในเมือง พร้อมคนขับด้วย คือพี่เค้าขับเองแหละ ถ้าเพจสนใจโทรมาคุยได้นะ พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์มาเรียบร้อย
|
Comments (2)
สวัสดีค่ะคุณเพจ สบายดีนะคะ?
ไม่ทราบว่าคุณเพจหรือคุณมาร์คเป็นคนถ่ายภาพ จับมุมภาพและรายละเอียดได้ดีจังค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวในที่ต่างๆ และคงจะได้อ่านบล็อกในทริปต่อๆ ไป ของคุณเพจอีก
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
Posted by เยลโล่ | June 23, 2007 11:38 PM
มาร์คกับเพจมีกล้องถ่ายรูปคนละอัน ไปเที่ยวไหนกันที ถ่ายรูปมาเยอะมาก เพจจะเลือกเอามาลงเฉพาะรูปที่เพจชอบ คือจากของทั้งสองกล้องเลยค่ะ จริงๆ แล้ว เพจคิดว่าตัวเองยังถ่ายรูปออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพจอยากมีเวลาศึกษาเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพ เห็นหลายคนถ่ายออกมาสวยจังค่ะ คุณเยลโล่ ขอบคุณนะคะที่ติดตาม แล้วเพจจะเข้ามาอัปเดทบ่อยๆ ค่ะ
Posted by Paige | June 24, 2007 9:24 AM