Main

February 12, 2005

กลับเมืองไทย

เพจตื่นเช้ากว่าปกติ ดีใจกระโดดโลดเต้นจนออกนอกหน้า นั่งกินกาแฟอยู่ เดี๋ยวก็ลุกมาเช็คดูว่าเอาของไปครบหรือเปล่าว้า ตั๋วเครื่องบินกับพาสปอร์ตเอาไปยังน้า ดูอยู่นั่นแหละ ย้ำคิดย้ำทำ ว่าแล้วก็คุ้ยตู้เย็นเอาของไปทิ้งบ้าง แม่มารับพอดี มาร์คจัดแจงเอากระเป๋าไปใส่รถ เพจเดินไปเดินมาดูอีกรอบว่าลืมอะไรไหม เอาจานเข้าเครื่องได้ เปิดเครื่องล้างแล้วก็รีบวิ่งออกไป กลัวแม่จะรอ

ออกจากบ้านเก้าโมงเช้า ถึง Sea-Tac หรือซีแอตเติ้ล-ทาโคม่าแอร์พอร์ต 9 โมง 40 นาที ตอนเช็คอิน เจ้าหน้าที่บอกอย่าล็อคกระเป๋านะ ไม่ล็อคค่ะ ตอนเช็ค carry-on เสียเวลานิดหน่อย เพราะเราต้องถอดรองเท้าใส่ตะกร้าเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ด้วย มาร์คเดินผ่านฉลุย เพจเดินเข้าไปมันดัง เค้าบอกของเพจต้องถอดเข็มขัดด้วย

ตรงเกทมีร้านอาหารเครื่องดื่มนานาชนิด มาร์คกินซีซาร์สลัดไก่กับเบเกิ้ลอย่างเอร็ดอร่อย เพจขอกาแฟสตาร์บัคส์แก้วเดียวพอ จากสนามบินซีแอตเติ้ลไปสนามบินนาริตะ โตเกียว 11 โมง 55 นาที เค้าเรียกขึ้นเครื่อง เครื่อง take off 12 โมง 40 นาที

ดูหนังบนเครื่องเราเลือกได้ จอใครจอมัน เพจเลือก Shall We Dance เพจเคยดูเวอร์ชั่นหนังญี่ปุ่นนานแล้ว คราวนี้อยากดูเวอร์ชั่นฮอลลีวูดบ้าง เพจชอบเจโลอยู่แล้ว น่ารักดี เรื่องนี้เค้าเต้นสวยด้วย รอบแรกเพจเปิดไม่ทัน เพจเลยดูมันซ้ำรอบสองซะงั้น

บังเอิญที่นั่งข้างเพจว่างสองที่ ดูหนังจบ เพจลงไปนอนยาวได้พักใหญ่ เค้าก็เปิดไฟพอดี ได้ยินเสียงกัปตันรายงานการเดินทางประมาณว่าเราใช้เวลาเดินทาง 9 ชั่วโมง 43 นาที จะถึงสนามบินนาริตะ 10 โมงครึ่งกลางคืน แปซิฟิกไทม์ แถมยังมีรายงานสภาพอากาศอีกว่าคาดว่าที่สนามบินจะมีหิมะ แต่ตอนนี้ยังไม่มี เพจไม่ชอบช่วงเครื่องบินกำลังลดระดับที่สุด ปวดแก้วหูชะมัด

สนามบินอาคารที่เราลงนี้ เค้าว่าเทอร์มินอลเพิ่งสร้างใหม่ ลงเครื่องมาข้างล่างแล้วต้องขึ้นรถบัส ลงจากรถบัสมาขึ้นรถไฟฟ้าอีกต่อหนึ่ง ถึงจะเข้าไปในตัวอาคารได้ ช่วงเปลี่ยนประเทศแล้วต้องเปลี่ยนเวลา เพจไม่ค่อยอยากดูนาฬิกา งงไปหมด เพราะปกติเวลานี้เพจหลับไปนานแล้ว เราต้องรอเปลี่ยนเครื่องสองชั่วโมงครึ่ง ทำอะไรดีหว่า

มาร์คบอกหิว งั้นเราไปหาอะไรกินกันเหอะ สองคนเดินเข้า Cafe & Bar Avion มาร์คกินสปาเก็ตตี้คาร์โบนารากับน้ำเขียว เพจกินกาแฟเย็น แล้วสั่งขนมปังกระเทียมมาแบ่งกัน ทั้งหมด 1,008 เยน มีป้ายติดไว้ที่เครื่องเก็บเงิน อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ 1 ยูเอสดอลลาร์ เท่ากับ 102 เยน เพจเห็นแล้วก็ได้แค่รู้เอาไว้เท่านั้น ไม่ได้คิดกลับเป็นเงินยูเอสหรอก ปวดหัว อีกอย่าง เราใช้บัตรเครดิตเลยไม่ต้องแลกเงินให้ยุ่งยาก

เครื่องไปกรุงเทพสู้เครื่องจากซีแอตเติ้ลมานาริตะไม่ได้ เครื่องนั้นมีจอหนังส่วนตัว อยากดูเรื่องไหนก็เลือกเองได้ จากนาริตะไปกรุงเทพใช้เวลาบินแค่ 6 ชั่วโมง 45 นาที กัปตันพาเครื่องบินและลูกเรือถึงพื้นดินโดยสวัสดิภาพ ไชโย ถึงดอนเมือง 11 โมงครึ่งกลางคืนของวันอาทิตย์ที่ 13 มาร์ครอแลกเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคารทหารไทย รวบรวมเงินทั้งเนื้อทั้งตัวสองคนมีมากันแค่ 48 เหรียญ แลกมาได้ประมาณ 1,800 บาท เอาน่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าไม่พอ ค่อยไปกดเอทีเอ็มเพิ่ม

โจบอกว่ามารอได้พักหนึ่งแล้ว เพจบอกออกมาช้านิดหน่อย เรารอกระเป๋า เออ รู้สึกตอนรอกระเป๋าเดินทางเนี่ย ทำไมกระเป๋ามันดูเหมือนกันไปหมด มีอยู่โทนสีเดียวคือสีมืด เพจว่าของเพจจำง่ายแล้วนา เห็นอยู่ใกล้ๆ ยังจำของตัวเองไม่ได้ ตาลายมั้ง เพจแนะนำโจให้รู้จักมาร์ค เห็นสองคนเค้าจับมือกัน เพจว่ามันขัดหูขัดตายังไงบอกไม่ถูก เพจเลยบอกถ้ามาร์คไปเจอพ่อเพจ มาร์คต้องไหว้นะ จับมือจะทำธุรกิจอะไรร่วมกันไม่ทราบ

ถึงคอนโด โจบอกเอ๋เตรียมมะม่วงน้ำปลาหวานไว้ให้อยู่ในตู้เย็น ดูเวลาเกือบตีสอง เพจกินไม่ลงหรอก โจบอกถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดี โจกลับก่อนนะ ได้เลยน้อง เพจก็เพลียอยู่เหมือนกัน ยังดีที่มาถึงกลางคืน แดดไม่ร้อนแสบหูแสบตาเท่าไร ถึงอย่างนั้นก็ตาม มาร์คก็ยังข่มตาหลับไม่ได้ ส่วนเพจตีสามแล้ว นอนก่อนได้เปรียบ ทริปนี้ยังอีกยาวไกล


March 2, 2005

สนามบินนาริตะ

สองเราตื่นตั้งแต่ตีสอง เพจจัดแจงอุ่นโจ๊กให้มาร์ค เก็บข้าวของทำความสะอาดห้อง แพ็คอีกนิดนึง เตรียมตัวเสร็จ โจก็มารับพอดี ออกจากคอนโดตีสี่ เผื่อเวลา แต่รถไม่ติดนะ คือไปได้เรื่อย โจมาส่งเราที่หน้าอาคารผู้โดยสารขาออก โจบอกกลับเลยนะวันนี้ทำงาน เพจบอกกลับเหอะ ไม่ต้องรอส่งก็ได้ ให้โจกลับไปนอนต่อ แต่เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป ฝากสตางค์ไปให้เอ๋พันนึง ค่ามือถือ เพจโทรเยอะด้วย สองพี่น้องร่ำลากันเสร็จเรียบร้อย เพจเข้าไปกอด สังเกตว่าโจงงๆ ลืมไป คนไทยเค้าไม่กอดกันเนอะ

ลากกระเป๋าสัมภาระเข้าไปข้างในได้ต้องทำเรื่องขอคืนภาษีก่อน มาร์คเอาเอกสารให้เจ้าหน้าที่เซ็นรับรอง ส่วนเพจเอาของที่ซื้อมาเตรียมไว้ให้เค้าดู แต่ไม่เห็นเค้าอยากดูนะ เพจก็ไม่ได้พูดอะไร ดีเหมือนกัน ขี้เกียจเสียเวลา

ตอนเช็คอิน เจ้าหน้าที่บอกจะย้ายที่ให้เรานั่งติดกัน พอเค้าพูดขึ้นมา เพจเพิ่งจะนึกได้ คิดอยู่เหมือนกันว่าจะขอเค้า ลืม พอดีเค้าพูดขึ้นมาก่อน เค้าว่าที่นั่งยังมี เพราะเรามาเช็คอินเช้า เพจได้ที่นั่งริมหน้าต่างด้วย ขอบคุณค่า จ่ายค่าภาษีสนามบินคนละ 500 บาท กว่าจะผ่านด่านเข้ามาได้ก็ตีสี่ครึ่งพอดี

ยังไม่เสร็จเรื่อง ต้องแวะเคาน์เตอร์เอาเงินภาษีคืนก่อน เพจมองเข้าไปเห็นเจ้าหน้าที่นั่งหลับอยู่ เพจเลยจำใจปลุก ขอโทษค่ะ เค้าก็อุตส่าห์งัวเงียลุกขึ้นมาทำให้ ทั้งหมดได้คืนมาก็ไม่มากมายอะไร ประมาณ 800 กว่าบาท

เดินไปเกท 36 เครื่องจะออกเจ็ดโมงเช้า แต่เค้าจะเรียกขึ้นเครื่อง 6 โมง 15 นาที กระเป๋าแครี่ออนเพจไม่ผ่าน เครื่องเอ็กซเรย์ตรวจเจอมีดพับที่มาร์คซื้อมาจากฮาร์ดร้อค มาร์คบอกลืมเอามันใส่กระเป๋าใบใหญ่ เจ้าหน้าที่ถามว่าทิ้งเลยนะ มาร์คอ้ำอึ้งพูดไม่เต็มเสียงบอกทิ้งไปเลย เพจเสียดาย เพิ่งซื้อมายังอยู่ในกล่องอยู่เลย เค้าบอกเพจเอาออกไปเมล์ก็ได้นะ มีไปรษณีย์อยู่ทั้งสองเทอร์มินอล เพจให้มาร์คนั่งรอข้างใน ตัวเองวิ่งออกไปเมล์

เพจเดินไปเทอร์มินอล 2 เห็นเจ้าหน้าที่เค้าว่าใกล้กว่า พอเดินไปถึง พนักงานไปรษณีย์บอกตอนนี้ยังไม่มีคนทำงานเรื่องนี้ ต้องไปเทอร์มินอล 1 เพจเลยเดินย้อนกลับไปอีก ยังไม่เห็นมีใครมาเปิด ไฟข้างในยังปิดอยู่ ทำไงดีล่ะ สักพักมีมาคนหนึ่ง แต่เค้าว่าเค้าทำงานอีกอย่างหนึ่ง คนที่ทำเรื่องนี้ยังไม่มา เพจรอเกือบครึ่งชั่วโมง ได้ยินทางสายการบินเรียกขึ้นเครื่อง เพจเลยถามเค้าว่าปกติเปิดกี่โมงคะ เธอว่าปกติเปิดแล้วแหละ แต่อีกคนไปเข้าห้องน้ำ เพจบอกเพจรอต่อไม่ได้แล้ว ต้องรีบไปขึ้นเครื่อง ยังไงฝากส่งของได้ไหมคะ ประมาณเอาก็ได้ว่าเท่าไร เธอจัดแจงเอามาชั่ง ค่าบริการ 145 บาท เพจจ่ายเงินเสร็จ วิ่งแน่บกลับไปเกท ใบเสร็จใบฝากส่งอะไรก็ไม่ได้ขอ

โผล่หัวกลับเข้ามาได้ มาร์คกระวนกระวายบอกเป็นห่วงเห็นหายไปนานหรือว่าหลง เพจบอกเปล่า รอคนทำงานเค้าเข้าห้องน้ำ ที่เพจออกไปเมล์นี่เกือบชั่วโมงนึงได้ เวรกรรม นี่นะถ้ารู้ว่าจะต้องไปยืนรอนานขนาดนั้น เพจก็ไม่ออกไปเหมือนกันแหละ ทิ้งไปเหอะ ไม่คุ้ม ยังดีนะเพจไม่ตกเครื่อง

พอเครื่องขึ้นได้สักพัก เค้าก็เสิร์ฟอาหารเช้า มาร์คกินขนมปังทาเนย ไข่ดาว แล้วก็ไส้กรอก เพจไม่รับอะไรเลย เหนื่อยกินไม่ลง มาร์คกลัวเพจจะหิว เลยแบ่งขนมปังให้ เพจบอกงั้นเอาสับปะรดกับมะละกอด้วยนะ

เครื่องนี้ทีวีเป็นจอรวมใหญ่ แต่เค้าไม่ได้เปิดหนังให้ดูหรอกนะ เห็นบอกว่าเครื่องเล่นเสียหรืออะไรประมาณเนี้ย เปิดให้ดูแผนที่ได้อย่างเดียว ก็ยังดี เพจฟังเพลงบ้าง อ่านหนังสือบ้าง หลับบ้าง ไปตามเรื่องตามราว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำวนเวียนอยู่อย่างนั้นไปนานเท่าไร ตื่นมาอีกที เค้าก็กำลังแจกอาหารกลางวัน มื้อนี้มีแซนด์วิชไก่ กล้วย น้ำส้ม แล้วก็ช็อกโกแลต แซนด์วิชเค้าอร่อยดีเหมือนกันนะ หรือว่าเพจหิวกันแน่

Inside Narita Airport ภายในสนามบินนาริตะ

Cafe & Bar Avion คาเฟ่ แอนด์ บาร์

Iced Coffee กาแฟเย็น

Spaghetti Carbonara สปาเก็ตตี้คาร์โบนารา

ถึงสนามบินนาริตะ เราต้องรอเปลี่ยนเครื่องสามชั่วโมง มาร์คบอกเราไปกินข้าวที่ Cafe & Bar Avion กันอีกดีกว่า มาร์คชอบกินสปาเก็ตตี้คาร์โบนาราร้านนี้ กาแฟเย็นของมาร์คแก้วหนึ่ง ของเพจแก้วหนึ่ง สปาเก็ตตี้ 750 เยน กาแฟเย็นแก้วละ 300 เยน ค่าเสียหายทั้งหมดก็ 1,350 เยน

Continue reading »


Visitors

Locations of visitors to this page